สารอาหารในถั่งเช่า
November 18, 2016
ถั่งเช่าแคปซูลดีหรือไม่
November 18, 2016

ถั่งเช่าช่วยผู้ป่วยโรคร้าย

ถั่งเช่าหรือที่หลายๆคนเล่าขานว่าเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นสมุนไพรที่เป็นที่นิยมในประเทศจีนมานานนับพันๆปี ซึ่งในสมัยก่อนจัดเป็นสมุนไพรที่หายาก และมีแต่ฮ่องเต้เท่านั้นที่ได้เสวย ในปัจจุบัน ถั่งเช่าที่เก็บจากธรรมชาติ มีราคาสูงถึง 2.5 ล้านบาทต่อกิโลกรัม จึงได้มีการเพาะเลี้ยงขึ้นมาทดแทน สาเหตุที่ถั่งเช่าได้ถูกเรียกชื่อนี้ เนื่องจากมีสรรพคุณรักษาโรคได้หลายชนิดนั่นเอง โดยเฉพาะสารคอร์ไดซิปิน (cordycepin) ที่่มีผลต่อการชะลอการเกิดมะเร็ง ทั้งยังมีสารโพลีเซคคาไรด์ (cordyceps polysaccharide) สารอะดีโนซีน (adenosine) และสารอื่นๆ ที่บำรุงเซลส์ส่งผลให้เซลส์แข็งแรงทำให้ร่างกายแข็งแรง

จึงเรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ยืดชีวิตให้แก่คนนั่นเอง โรคร้าย มักเป็นโรคแฝง ภัยเงียบที่รอวันที่จะแสดงตัวออกมาอย่างรุนแรง จากการทดลองจำนวนมากจากทั่วโลก เราได้คัดบางส่วนมาเพื่อถ่ายทอดผลลัพท์จากการใช้ถั่งเช่ารักษาโรคต่าง ๆ

  1. คุณเชง (1995) ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง 30 คน โดยให้รับประทานถั่งเช่า 3-4 กรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 26±3 เดือน ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน แล้วทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียงยาแผนปัจจุบันจำนวน 34 คน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่ได้รับถั่งเช่าร่วมกับยาแผนปัจจุบันมีดัชนีบ่งชี้อาการต่างๆดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ อาการหายใจถี่ลดลง ซึ่งทำให้ไม่เหนื่อยง่าย สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายดีขึ้น อารมณ์/อาการทางจิตดีขึ้น และความต้องการทางเพศสูงขึ้น [Chen G. (1995). Effects of Jinshuibao capsule on quality of life of patients with chronic heart failure. J Admin Trad Chinese Med. 5(suppl) : 40-43.]
  2. คุณเชงและคณะ (1995) คุณหัวและคณะ ( 2008 ) ได้ทำการทดสอบกับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะ 4 โดยให้รับประทานวันละ 2-3 กรัม ควบคู่กับการใช้เคมีบำบัด พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นถึง 95%  ผู้ป่วยสามารถที่จะทนต่อสารเคมีบำบัดได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานถั่งเช่า และยังพบว่าปริมาณไขกระดูกสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน [Cheng JH, Guo XM, Wang X. (1995). Analysis of Therapeutic Effects of Jinshuibao capsule in adjuvant treatment of 20 patients with terminal stage of lung cancer. J Admin Trad Chinese Med. 5 (suppl) : 30-35.]
  3. คุณนากาตะและคณะ (2006) ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของถั่งเช่า สำหรับนักกีฬาเพื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่รับประทานถั่งเช่านานต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ กับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานจำนวนคนเท่าๆกัน จำนวนทั้งหมด 36 คน โดยทำการตรวจวัดค่าต่างๆ เช่น VO2 , VCO2 , VE ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณกรดแลคติก นอกจากนั้นยังได้เก็บปัสสาวะทั้งก่อนรับประทานถั่งเช่า และหลังรับประทาน แล้วทิ้งไว้หนึ่งคืนจากนั้นนำไปตรวจสอบ catecholamine (CA, Adr, NorA, Dop) และ cortisol hormone (17-KA-S และ 17-OHCS) ผลปรากฏว่า อัตราส่วนของการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังการออกกำลังกาย ระหว่างกลุ่มที่กินถั่งเช่ากับกลุ่มที่ไม่ได้กินนั้น มีผลแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งกลุ่มที่กินถั่งเช่าให้ผลดีกว่ามาก [Nagata A, Tajima T, Uchida M. (2006). Supplemental anti-fatigue effects of Cordyceps sinensis (Tochu-Kaso) extract powder during three stepwise exercise of human. Jpn J Phys Fitness Sports Med. 55: 145-151.]
  4. เชงและคณะ (2010) ได้ทำการทดสอบสมรรถภาพการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ (50-75 ปี) จำนวน 20 คน โดยการให้รับประทานถั่งเช่าอัตรา 1 กรัมต่อวัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ให้กินสารที่ไม่มีฤทธิ์ใดๆ (Placebo) เป็นเวลานาน 12 สัปดาห์ แล้วทำการตรวจสอบวัดค่าแมทาโบไลท์ต่างๆ ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ได้รับถั่งเช่า มีค่าแมทาโบไลท์ทุกตัวดีขึ้นจากการออกกำลังกายเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานถั่งเช่า [Chen S, Li Z, Krochmal R, Abrazado M, Kim W, Cooper CB.(2010). Effect of Cs-4®(Cordyceps sinensis) on exercise performance in healthy older subjects : A double-blind, Placebo-Controlled Trial. J Altern Complement Med. 16(5): 585-590.]
  5. คุณลีและคณะ (2001) ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของถั่งเช่า ทั้งที่เก็บได้จากธรรมชาติและที่ได้จากเส้นใยจากการเพาะเลี้ยง ในการเป็นสารแอนตี้ออกซิแด้น (anti-oxidant) โดยทำการทดสอบ 3 ชนิด ได้แก่ สารยับยั้งการสร้าง xanthine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ กรดยูริค สารยับยั้งการเหนี่ยวนำให้เม็ดเลือดแดงแตก และการย่อยสลายไขมัน ซึ่งผลปรากฏว่าถั่งเช่าธรรมชาติและถั่งเช่าที่ได้จากการเพาะเลี้ยง ให้ผลดีในการทำงานทั้ง 3 กรณี ใกล้เคียงกันมาก และยังพบอีกว่าสารโพลีแซคคาไรด์ที่แยกได้จากถั่งเช่าที่เพาะเลี้ยง มีประสิทธิภาพเป็น anti-oxidant เพิ่มขึ้น 10-30 เท่า [ LI SP, LI P, Dong TTX, Tsin KW. (2001). Anti-oxidant activity of different type of natural Cordyceps sinensis and cultured Cordyceps mycelia. Phytomedicine. 8(3): 207-212.]
  6. คุณนิวะชาวญี่ปุ่นและคณะ (2013) ได้ทำการทดสอบสมุนไพรจีนที่มีส่วนผสมของถั่งเช่า ในการรักษาผู้ป่วยโรคตับ จำนวน 101 คน ( ชาย 67 และหญิง 34 ) อายุเฉลี่ย 67.2±8.8 ปี เป็นระยะเวลา 0.8-100.8 เดือน (เฉลี่ย 13.4 เดือน) ซึ่งในผู้ป่วยเหล่านี้พบว่าเป็นโรคตับแข็ง 84%, hepatitis C 63%, hepatitis B 18%, โรคมะเร็งตับ 9% ซึ่งบางคนก็เป็น 2-3 โรค ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่ได้รับสมุนไพรที่มีส่วนผสมของถั่งเช่า มีอายุยืนยาวกว่า ไม่มีผลข้างเคียง และมีศักยภาพในการทนต่อการรักษาด้วยวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันได้ดีกว่า [Niwa Y, Matsuura H, Murakami M, Sato J, Hirai K, Sumi H. (2013). Evidence that Naturopathic Therapy including Cordyceps sinensis Prolongs Survival of Patients with Hepatocellular Carcinoma. Integr Cancer Ther. 12(1): 50-68.]
  7. คุณลีและคณะ (2009) ได้ทำการศึกษาผลของถั่งเช่าที่มีต่อการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ปลายประสาท และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ผลปรากฏว่าถั่งเช่ามีผลต่อความสมดุลย์ของหยิน-หยาง ซึ่งเหมาะที่จะเป็นยาและอาหารเสริมสุขภาพ [Li CY, Chiang CS, Tsai ML, Hseu RS, Shu WY, Chuang CY, Sun YC, Chang YS, Lin JG, Chen CS, Huang CL, Hsu IC. (2009). Two-sided effect of Cordyceps sinensis on dendritic cells in different physiological stages. J Leukoc Biol. 85(6): 987-995.]
  8. โยชิคาว่าและคณะ (2007). ได้ศึกษาศักยภาพของสาร cordycepin จากถั่งเช่าในการยับยั้งให้เซลล์ตั้งต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาวของมนุษย์ (promyelocytic leukaemia) (HL 60) ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ [Yoshikawa N, Nakamura K, Yamaguchi Y, Kagota S, Shinozuka K, Kunitoma M. (2007). Cordycepin and Cordyceps sinensis reduce the growth of the human promyelocytic leukaemia cells through the Wnt signaling pathway. Clin Exp Pharmacol Physiol. 34: S61-S63.]
  9. คุณกั้ว (1986) ได้ทำการทดสอบถั่งเช่ากับคนไข้ชาย 22 คน โดยให้รับประทานวันละ 3 กรัม เป็นเวลาติดต่อกัน 8 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าในจำนวน 33 % ของคนไข้มีปริมาณเชื้ออสุจิเพิ่มมากขึ้น และสามารถป้องกันการลดปริมาณของเชื้ออสุจิในคนไข้จำนวน 29 % [Guo YZ. (1986) J Modern Diagnostics Therapeutics. 1: 60-65.]
  10.  คุณกั้วและคณะ (1998) ได้ทำการทดสอบ ถั่งเช่า กับคนไข้ชาย 189 ราย โดยให้รับประทานวันละ 3 กรัม เป็นเวลาติดต่อกัน 40 วัน ผลปรากฏว่าสามารถฟื้นฟูผู้ที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ถึง 66.1% [Wan F, Guo Y, Deng X. (1998). Chinese Traditional Patented Med. 9: 29-31.]
  11. คุณเชง (1995) ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง 30 คน โดยให้รับประทานถั่งเช่า 3-4 กรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 26±3 เดือน ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน แล้วทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียงยาแผนปัจจุบันจำนวน 34 คน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่ได้รับถั่งเช่าร่วมกับยาแผนปัจจุบันมีดัชนีบ่งชี้อาการต่างๆดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ อาการหายใจถี่ลดลง ซึ่งทำให้ไม่เหนื่อยง่าย สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายดีขึ้น อารมณ์/อาการทางจิตดีขึ้น และความต้องการทางเพศสูงขึ้น [Chen G. (1995). Effects of Jinshuibao capsule on quality of life of patients with chronic heart failure. J Admin Trad Chinese Med. 5(suppl) : 40-43.]

รายงานการวิจัยเพิ่มเติมในคน

  • กรณีศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำการศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น interlukin-1beta (IL-1beta), interlukin-6 (IL-6), interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (IL-10) และ tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) ได้ จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น
  • กรณีศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัม/วัน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54%
  • กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการฟื้นฟูระบบการทำงานของไต มีรายงานว่าการให้ผู้ป่วยที่การทำงานของไตบกพร่องจากการใช้ยา gentamicin รับประทานถั่งเช่า 4.5 กรัม/วัน มีผลทำให้ระบบการทำงานของไตดีขึ้นเป็นปกติ 89 % เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากรับประทานถั่งเช่าภายใน 6 วัน

fbimg-secret-health-senior

การศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
เป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

ข้อควรระวัง

  1. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ จะไปเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลในเลือด
  2. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
  3. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressive) ทั้งนี้เพราะว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
ถั่งเช่าแท้ พันธุ์ทิเบต
ถั่งเช่าแท้ พันธุ์ทิเบต
ถั่งเช่าแท้ ๆ ต้องพันธุ์ทิเบตเท่านั้น พันธุ์ทิเบตโครงสร้าง DNA ที่สามารถบำรุงร่างกาย รักษาโรคภัยได้ ถั่งเช่าแท้ที่มีสรรพคุณรักษาโรคต้อง พันธุ์ทิเบต

Leave a Reply